•กว่าจะได้ฟัน•

posted on 26 Jul 2008 10:50 by molar-38 in Knowledge

บทความนี้เป็นผลพลอยได้จากการที่ผมใกล้สอบ Endodontic I

ซึ่งในบทเรียนมีสอนเกริ่นๆเกี่ยวกับการพัฒนาตัวของฟันตั้งแต่อยู่ในท้องแม่

ผมจึงคิดว่าน่าจะ review เรื่องพวกนี้เพื่อตัวผมเอง 5 5 5+ และคนอื่นๆ(<พูดให้ตัวเองดูดี) หวังว่าน่าจะมีประโยชน์นะครับ

 

 

 

ก่อนจะรู้จักการสร้างฟัน เราต้องรู้จักองค์ประกอบของฟันกันก่อน โดยฟันประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 4 ชนิด
1)Enamel หรือ เคลือบฟัน เป็นเนื้อเยื่อที่แข็งที่สุดในร่างกาย
2)Dentin หรือ เนื้อฟัน ไม่แข็งแกร่งเท่า enamel และสามารถรับความรู้สึกได้ โดยจะกล่าวต่อไป
3)Cementum หรือ เคลือบรากฟัน ความแข็งแรงใกล้เคียงกระดูกและพบที่รากฟันเท่านั้น
4)Pulp หรือ ประสาทฟัน เป็นเนื้อเยื่ออ่อน ประกอบด้วยเซลล์หลายๆชนิด เส้นเลือด และเส้นประสาทรับความรู้สึก เราจึงรู้สึกปวดฟันมากหากเนื้อเยื่อแข็งถูกทำลายและทะลุมาถึงส่วนี้

ต่อไปนี้จะกล่าวถึง การสร้างฟัน(Odontogenesis)

นี่เป็นวีดีโอจาก youtube ซึ่งได้มากจากมหาวิทยาลัยจอแดน (university of jordan)


Initiation Stage

ระยะของการเริ่มต้น ระยะนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นสองประการ และต้องเกิดต่อเนื่องกันตามลำดับโดย
-จะต้องมีการกำหนดตำแหน่งที่ฟันจะขึ้น โดยในมนุษย์จะกำหนดโดยยีนที่เป็น subfamily ของ Homeobox Genes เช่น Dlx-1 ถึง 7,Msx-1,Barx-1 เป็นต้น โดยยีนเหล่านี้จะอยู่ใน mesenchymal cell ที่แยกตัวมากจาก neural crest มายังบริเวณต่างๆ
-จะต้องมีการสั่งให้เริ่มสร้างฟันขึ้นในตำแหน่งที่กำหนดไว้ โดยคำสั่งพวกนี้จะถูกรับผิดชอบโดย epithelium (เยื่อบุผิว) โดยเราเรียก epithelium นี้ว่า "Dental Epithelium"

 

Bud Stage

หลังจากนั้น dental epitheium จะแบ่งตัวและหนาขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับว่ากำลังงอกเข้าไปในชั้น mesenchyme ซึ่งเราจะเรียก dental epithelium ส่วนนี้ว่า "Dental lamina" (จะเปลี่ยนชื่อไปมา ให้งงทำไมว่ะ แอบบ่น) ส่วน mesenchymal cell นั้นก็มีการแบ่งตัวหนาขึ้นเช่นกัน เราจึงเรียกระยะนี้ว่า bud stage (bud=ตุ่ม,หน่อ)

Cap Stage


ระยะนี้จะมีการแบ่งตัวของเซลล์มากขึ้นจนมีลักษณะรูปร่างคล้ายหมวก โดยการงอกเข้าไปของ epithelium ไม่ได้งอกเข้าไปทื่อๆตรงๆ แต่มีการขยายตัวออกด้านข้างด้วย โดยส่วนแถบยาวเป็นแกนนั้นเรียกว่า dental lamina ,ส่วนปลายที่ป่องออกเรียกว่า enamel organ ,ส่วน mesenchymal cell ที่อออยู่ด้านล่างเรียกว่า dental papilla ,ส่วนด้านข้างนั้นเรียกว่า dental follicle ทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า " Tooth Germ"

Bell Stage

 

 


เป็นระยะที่ tooth germ มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างโดดเด่นที่สุด โดยในระยะ early bell stage นี้ enamel organ จะมีการแบ่งเป็น 4 ชั้น ประกอบไปด้วย

 


 

1) External enamel epithelium (EEE) เป็น epithelium บางๆ โดยหลังจากฟันสร้างเสร็จแล้วมันจะรวมตัวกับ Ameloblast (คืออะไรปล่อยให้งง ^^) กลายเป็น Reduce Enamel Epithelium (REE) ห่อหุ้มส่วนของ Crown (ตัวฟัน) ไว้ทั้งหมด ซึ่งจะมีบทบาทในการเปิดช่องทางให้ฟันงอกเข้าสู่ช่องปากโดยไม่มีเลือดออก
2)Stellate Reticulun (SR) โดยชั้นนี้เซลล์มีรูปร่างแฉกๆคล้ายดาว เซลล์ในชั้นนี้สะสม glycogen ไว้มาก จึงสัญนิษฐานว่าน่าจะเป็นแหล่งพลังงานให้กลับเซล์ Ameoblast (อ่ะเจอมันอีกล่ะ มันคืออะไร) ซึ่งเซลล์ Ameloblast นี้จะต้องการพลังงานเป็นอย่างมากในการทำ Active transport (การขนส่งโดยใช้พลังงาน) เพื่อดึง Calcium และ PO4 เข้าเซลล์เพื่อนำมาสังเคราะห์ Hydroxy Apatite ( Ca10(PO4)6(OH)2 )
3)Stratum Intermedium (SI) เป็นชั้นที่เพิ่งปรากฎในระยะนี้ เพราะในระยะ cap stage จะมีแค่สามชั้นที่เหลือ ไม่มีระยะ SI โดย SI สัญนิษฐานว่าเป็นศูนย์กลางของการควบคุมการวางโครงร่างรูปร่างของฟัน เพราะเนื้อเยื่อแข็งของฟันจะเริ่มต้นที่ปลายฟันหรือยอด cusp เสมอ ซึ่งตรงกับตำแหน่งนี้พอดี
4)Internal Enamel Epithelium (IEE) เป็นเซลล์ที่ติดอยุ่กับชั้น Dental papilla ซึ่งเซลล์ในชั้นนี้จะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Ameoblast ซึ่งทำหน้าที่สร้าง enamel (ได้รู้ซะทีว่ามันคืออะไร)

 

 

เมื่อเข้าสู่ระยะ late bell stage ส่วนของ dental lamina (จำได้มั้ยว่าคือส่วนไหน) ก็จะขาดออกจากส่วน enamel organ แต่จากรูปสังเกตุเห็นส่วนของเซลล์ ที่่มีการยื่นลงมาอยู่่ข้างๆ นั่นคือ dental lamina ขอฟันแท้ (ว๊าวววว)

ต่อจากนี้เรามาดูส่วนของการสร้างเคลือบฟัน (Enamel) และเนื้อฟัน (Dentin) กัน

Crown Stage

 

 

โดยส่วนของเนื้อเยื่อแข็งของฟันนั้นจะเริ่มต้นสร้างมาจากปลายยอดฟัน (cusp tip) จากวีดีโอนี้เค้าซูมให้เราเห็นถึงบริเวณที่ IEE และ Dental papilla มาบรรจบพบรักกัน โดยเซลล์ของชั้น IEE จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีลัษณะยาวขึ้นเป็นเซลล์ Ameloblast ส่วนเซลล์ในชั้น Dental papilla นั้นก็ไม่ยอมน้อยหน้าเปลี่ยนตัวเองเป็น Odontoblast เช่นกัน

 

 

ในส่วนของ Odontoblast นั้นจะมีการเริ่มสร้างเนื้อฟัน (dentin) ซึ่งส่วนของ dentin นี้จะไปกระตุ้นให้ Ameloblast เริ่มสร้างเคลือบฟัน (Enamel) และมีการสร้างต่อๆไปจนไปบรรจบที่ Cervical loop

 


 

 

 

ตรงส่วน cervical loop นี้ จะเป็นส่วนที่มีการต่อกันของ IEE และ EEE ซึ่งจะรวมตัวกันเป็น Hertwig's epithelium root shealth (HERS) โดยเซลล์ HERS นี้จะมีสัญญาณกระตุ้น Dental papilla ให้มีการสร้าง dentin ในส่วนของรากฟัน (เป็นไปได้ว่าสัญญาณนี้อยู่ในส่วนของชั้น IEE เนื่องจาก HERS ไม่ได้กระตุ้น mesenchyme ส่วนที่ EEE สัมผัสเลย) การเคลื่อนที่ของ HERS นั้นมีทิศทางตามรูปแบบยีนที่กำหนดลักษณะของรากฟันนั่นเอง

แต่เป็นที่น่าเศร้าใจนักเมื่อ HERS ส่งสัญญาณให้ dental papilla ให้สร้าง dentin แล้วนั้น เซลล์ HERS ต้องตาย ! การตายของ HERS ทำให้เกิดการปฎิสัมพันธ์ระหว่าง dentin กับ dental follicle (จำได้มั้ยเอ่ย ขึ้นไปดูด้านบนซะ) เมื่อมีการปฎิสัมพันธ์กันขึ้น dental follicle จะกลายเป็น Cementoblast ซึ่งทำหน้าที่สร้างเคลือบรากฟัน (Cementum)

 

 

เฮ้อจบซะที....T-T

Refference :
A color Odontogenesis Histology and Explanation : Dr.Jaranpat,Oralbiology PSU
Biology of the pulp : Endodontic PSU
Video from : http://www.youtube.com/watch?v=LwmI9GJ-jYg

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

NeKiLx <a href="http://jgfqbwfzyqam.com/">jgfqbwfzyqam</a>, liqlzrvmnmkf, [link=http://ayoftfqramim.com/]ayoftfqramim[/link], http://cqgyhgfdvyad.com/

#84 By nmIVQWcdKtI (103.7.57.18|171.5.154.249) on 2013-03-26 21:00

เย้ ได้ความรู้ไปสอบแล้วววว ^^
ขอบคุณนะครับผ้มมม

#83 By o*V*o (202.28.27.2) on 2012-03-05 00:20

comment3, çíàêîìñòâà â êàçàõñòàíå áðà÷íûå, ìåæäóíàðîäíûå çíàêîìñòâà äëÿ äðóæáû ñåêñà è îòíîøåíèé, çíàêîìñòâà ñàäî ìàçî êàëóãà, çíàêîìñòâà äëÿ ñåê â áåëãîðîäå,

#82 By Cgoikmac (93.174.93.154) on 2010-07-09 19:58

comment1, îíëàéí çíàêîìñòâà ñâèíãåðîâ, çíàêîìñòâà äëÿ âñòðå÷ â àñòðàõàíè, ñàéòû äëÿ çíàêîìñòâà ñ èíîñòðàíêàìè, çíàêîìñòâà èíäèâèäóàëêè,

#81 By Bgbgjrue (93.174.93.154) on 2010-07-09 19:35

comment4, çíàêîìñòâà ãîðîäà êîìñîìîëñêà íà àìóðå, íîâîðîññèéñê èíòèì óñëóãè 918, çíàêîìñòâà â ñàìàðå ëàâ,

#80 By Udpdwobg (93.174.93.154) on 2010-07-09 19:24

comment2, ãäå ìîæíî ïîçíàêîìèòüñÿ ñ õîðîøèì ïðåêðàñíûì ïàðíåì, çíàêîìñòâà ñ òðàññåêñóàëêàìè, çíàêîìñòâà âîëããðàä, çíàêîìñòâà ñ òðàíññåêñóàëêîé â ñûêòûâêàðå,

#79 By